น้องเรนวันนี้กับความทุ่มเทของแม่เกือบ1ปีในการสอนภาษาที่สอง

Posted by คุณแม่เอ๋ on March 10, 2011 at 3:11pm เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหก เกือบ1ปีที่พยายามเหลือเกินที่จะสร้างเด็กคนนึงเป็นเด็กสองภาษา มีหลายครั้งที่ท้อถอยมีหลายครั้งที่อยากเลิกแต่ด้วยความที่เรามั่นใจว่าสิ่งที่เรากำลังทำมันมีโอกาสเป็นจริงๆได้ ขอขอบคุณหนังสือกว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้วและหนังสือเด็กสองภาษาสร้างได้ของผู้ใหญ่บิ๊ก ที่จุดประกายให้คุณแม่เริ่มสอนลูกทั้งๆที่ตัวเองไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย กลัวฝรั่งเป็นที่สุด ขอบคุณwebsiteแห่งนี้ที่มีแต่การแบ่งปัน การช่วยเหลือทุกๆอย่างที่มีให้ ได้รู้จักเพื่อนใหม่และคุณครูใจดีทุกคนในห้องEng ทุกวันนี้เอ๋เข้าใจแล้วว่าPractice make perfectจริงๆอย่างที่คุณอ๊อบว่า ทุกวันนี้น้องเรนแบ่งโหมดการคุยได้เองแบบว่าคุยกับย่าภาษาไทยแต่ตอบแม่ภาษาอังกฤษได้อย่างธรรมชาติไม่ต้องคิดก่อนเหมือนเรา ตอนนี้เอ๋เพิ่มความยากให้ลูกขึ้นไปอีกตอนปิดเทอมโดยพาน้องเรนไปเล่นกับplaygroupเด็กต่างชาติ น้องเรนสามารถสื่อสารทุกอย่างได้ดีและป็นธรรมชาติกว่าคุณแม่เสียอีก ตัวเอ๋เองก็ไม่กลัวฝรั่งแล้วค่ะ เอ๋อยากฝึกภาษาด้วยเลยได้ประโยชน์ทั้งแม่และลูก ดีใจมากเลยค่ะที่ไม่คิดเลิกสอนไปซะก่อน แอบท้อหลายครั้งตอนเริ่มใหม่ๆ อยากให้ทุกคนที่เพิ่งเริ่มต้นอย่าท้อถอยนะคะ เอ๋ฝึกภาษาจากในwebนี้ได้อะไรเยอะมากมากมันทำให้เรามีแรงที่จะค้นคว้าศึกษาภาษาเพิ่มเติมคิดว่าขยันกว่าตอนเรียนหนังสือเสียอีก อย่าคิดว่าเราทำไม่ได้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำ ทุกวันนี้มีแต่คนถามน้องเรนว่าเรียนที่ไหน เพราะเค้าพูดเก่งกว่าเด็กที่เรียนbilingualด้วยกันซะอีก เอ๋ก็แนะนำคุณแม่หลายๆคนไปไม่รู้ได้เข้ามาwebนี้บ้างหรือเปล่า ที่เขียนมาทั้งหมดเอ๋แค่อยากขอบคุณทุกๆคนในwebนี้ที่ทำให้เอ๋มีแรงและกำลังใจสอนน้องเรนมาได้ถึงตอนนี้เป็นอะไรที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะทำได้ ขอบคุณมากมากจริงๆค่ะ งานชิ้นต่อไปที่กำลังเริ่มคือเจ้าตัวเล็กน้องเคนตะค่ะ โดยมีเทรนเนอร์ผู้ช่วยคือพี่เรนเองคับ…………. ถ้าใครสนใจพาลูกไปplaygroupลองเข้าไปwww.bambiweb.orgดูนะคะ และอีกหนึ่งwebที่อยากแนะนำคือ คุณAdam Bradshaw เข้าไปติดตามfacebookสอนภาษาอังกฤษเค้าได้นะคะ สนุกดีค่ะ ภาษาอังกฤษไม่ยากถ้าฝึกฝนทุกวันค่ะ

ความชื่นใจของคุณแม่หลังจากเริ่มOPOLกับน้องเรน ได้25วัน

Posted by คุณแม่เอ๋ on March 15, 2010 at 1:53am หลังจากที่ได้เริ่มทำOPOLกับน้องเรนมาได้เกือบเดือนแล้ว สัญญาณการตอบรับก็มีมาให้ได้ชื่นใจเรื่อยๆเลยค่ะ เค้าเริ่มเข้าระบบภาษาอังกฤษกับเราเวลาถาม หรือต้องการอะไร เริ่มมีปนภาษาไทยบ้างเช่นอุ้มplease ,เห็นปูแต่บอกว่าspider ,pee pee poo pooพูดผิดพูดถูกบ้างแต่คุณแม่ก็ดีใจแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่่เลยค่ะ เค้าพยายามมากมากเลยที่จะสื่อสารกับคุณแม่ของเค้า ตอนนี้เรารักกันมากกว่าเดิม เพราะแต่ก่อนคุณแม่เอาแต่ทำงานปล่อยให้คุณลูกอยู่กับคุณย่าเป็นส่วนใหญ่ ทุกวันนี้เราแทบอยู่ด้วยกันตลอด เราไปไหนมาไหนด้วยกัน คุยกันทั้งวัน อยากบอกว่าทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเราสามารถสอนเค้าได้หมดเลยค่ะ อย่าเน้นอะไรที่วิชาการ เค้าจะเบื่อและรำคาญ เพราะดิชั้นผ่านตรงนั้นมาแล้ว น้องเรนไม่ชอบให้อ่านหนังสือ น้องเรนไม่ชอบท่องศัพท์ แต่ตอนนี้เค้าจำศัพท์ได้มากมายจากการออกไปตลาด ทำครัวกับคุณแม่ ทำงานบ้านด้วยกัน อาบน้ำด้วยกัน ไปทำงานด้วยกันเพราะตอนนี้คุณแม่ลาออกมาทำงานที่บ้านแล้ว ทุกวันนี้ต้องพยายามศึกษาหาความรู้มากขึ้น ด้วยความที่เราไม่เก่งภาษาอังกฤษ อยากบอกคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่เก่งภาษาเหมือนกันว่า ทุกอย่างเราจะผ่านมันไปได้ถ้าเราตั้งใจ มีสื่อบันเทิงหลายอย่างช่วยเราได้ มีweb 2pasaคอยเป็นที่ปรึกษาและให้กำลังใจเรา เมือ่เราเห็นพัฒนาการของเค้าแล้ว เราก็จะหายเหนื่อยทันที แต่หนทางยังอีกไกล ยังไงก็ต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจและคุณครูห้องEnglish Clubที่ช่วยให้ดิชั้นเลิกกลัวที่จะพูดภาษาอังกฤษสักที

7 ปี กับเส้นทางเด็กสองภาษา

Posted by แม่น้องเนย on March 14, 2016 at 7:13am วันนี้เป็นวันครบรอบ 7 ปี ที่เล็กพูดภาษาอังกฤษกับลูก ก็ถือเป็นภาระกิจที่เราทำติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนานทีเดียว ไม่เคยคิดว่าจะสามารถประคองมาจนถึงวันนี้ ยังนั่งคิดอยู่ว่า ถ้าวันนั้น “เราไม่กล้าที่จะเริ่มต้น… วันนี้จะเป็นอย่างไร” มองย้อนกลับไป วันแรกที่เราเริ่มต้น ก็คงเหมือนเพื่อนๆ คือซื้อหนังสือ “เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้” มาอ่าน แล้วเกิดแรงบันดาลใจ ไฟลุก พรึบพรับ.. ลึกๆยังคิดว่า “คุณบิ๊ก (ผู้แต่งหนังสือ) ไม่ได้จบเมืองนอก ไม่ได้เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ยังทำได้ เราก็ต้องทำได้” ไฟในใจลุก แต่สมองเรื่องภาษา ติดลบสุดๆ 1.ไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลย นอกจากคำศัพท์เล็กๆน้อยๆ 2.พูดได้เล็กน้อย ตามประโยคที่เรียนมา ตามแกรมม่าสุดๆ 3.สำเนียงไทย แท้…แท้…แท้… ใครที่เคยคิดว่าคนที่ประสบความสำเร็จในการสอนลูกเป็นเด็กสองภาษา คือคนที่มีความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษดี ได้เปรียบ ขอบอกว่า “ผิด” ส่วนใหญ่เป็นพวกที่แย่-ปานกลาง แต่มีความมุ่งมั่น สู้ไม่ถอย เพิ่มเติม เรียนไปพร้อมลูก แต่ก็มีบางคน […]

5 ปี กับการเดินบนเส้นทางสองภาษา

Posted by แม่น้องเนย on March 17, 2014 at 6:30am สวัสดีค่ะ เล็ก-แม่น้องเนย รายงานตัวครบรอบ 5 ปี ที่หมู่บ้านเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ ณ.วันที่ 17 มีนาคม 2557 เวลา 6.35 น. ตอนนี้น้องเนยอาุยุประมาณ 7 ขวบครึ่ง แทบไม่น่าเชื่อว่าตัวเองจะสามารถประคองการพูดภาษาอังกฤษกับลูกมาได้ยาวนานกว่า 5 ปี จากวันแรกที่พูดภาษาัอังกฤษกับลูก (ตอนนั้นลูกอายุ 2 ขวบครึ่ง) สามีส่งสายตาแสดงออกถึงความไม่แน่ใจว่าจะไปรอด เนื่องจากภาษาอังกฤษแย่แบบไม่มีอะไรอยู่ในหัว แล้วยังบังอาจจะพูดอังกฤษกับลูกอีกต่างหาก มาถึงวันนี้เวลาได้พิสูจน์แล้วว่า คนเราสามารถพัฒนาตัวเองได้อยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ว่า ที่ผ่านมามักจะมีความคิดทางด้านลบฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกว่า “เราทำไม่ได้หรอก” “มันยากเกินไปสำหรับเรา” “ตัวเองยังไม่รอดแล้วจะสอนลูกได้อย่างไร” “เราไม่เก่งเท่าคนอื่น” “เราเรียนมาน้อยกว่าคนอื่น” ความคิดอะไรแบบนั้นก็เคยอยู่ในหัวของเล็กเหมือนกันค่ะ แต่เพราะว่า “ลูก” คือคำตอบของความกังวลทั้งหมด ลูกคือแรงบันดาลใจให้เรากล้าทำสิ่งต่างๆมากมาย กล้าจะฝ่าฟันอุปสรรคที่ต่างรุมเข้ามาหาเรา เล็กอยากส่งเสริมให้ลูกมีความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องคิดแปลกลับไปกลับมาเหมือนที่เล็กเป็นอยู่ ซึ่งขณะนี้เอง บางครั้งเล็กก็ยังเป็นอยู่ เวลาพูดกับฝรั่ง ซึ่งมันติดฝังแน่นมาก […]

เรื่องเล่าหลังออกไปทำงานนอกบ้าน

Posted by แม่น้องเนย on April 22, 2011 at 6:30am เล็กพูดภาษาอังกฤษกับลูกตามแนวคิดเด็กสองภาษามาร่วม 2 ปี 1 เดือน แล้วค่ะ เราเลือกใช้ระบบ OPOL หนึ่งคนหนึ่งภาษา ช่วงแรกเราลำบากกันทั้งแม่ทั้งลูก ท้อ ฮึด อยู่อย่างนั้น ผ่านไป 6 เดือน-1 ปี เนยเริ่มพูดคล่องขึ้น แต่แม่ละเลยไม่ได้เน้นเรื่องการออกเสียงให้ชัด เราก็เริ่มปรับกันใหม่ ทำการบ้านเด็กสองภาษาออกเสียงเป็นคำๆให้ชัด หลังจากที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกและก็พูดอังกฤษกับลูกได้ 1 ปี เล็กก็ออกไปทำงานนอกบ้านค่ะ มีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลายอย่าง 1.ความคล่องในการใช้ภาษา จากที่พูดภาษาอังกฤษกับลูกตอนที่อยู่บ้านเลี้ยงลูก รอลูกกลับจากโรงเรียน ประมาณวันละ 6 ชม. เหลือ วันละ 2-3 ชม. จะรู้สึกได้เลยว่าทั้งแม่และเนย พูดติดๆขัดๆ ไม่ค่อยคล่องเหมือนเดิม (คล่องในที่นี้ก็คลำๆกันไป ไม่ได้หรูหราอะไรค่ะ) เวลาพูดต้องคิดนิดหนึ่ง ค่อยๆพูดออกมา ผิดๆถูกๆ ก็แก้กันไป ที่เขียนนี้ไม่ได้หมายความว่าแม่ทำงาน สอนภาษาลูกไม่ได้ผลนะคะ แต่จะบอกว่า […]

1 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก

Posted by แม่น้องเนย on March 6, 2010 at 8:30pm หลังจากเริ่มเป็นแม่-ลูกสองภาษาผ่านมาได้ร่วม 1 ปีมาจนถึงวันนี้ กาลเวลาได้เป็นเครื่องพิสูจน์ความกังวลใจอะไรหลายๆอย่างที่เราเคยสงสัยไว้ตั้งแต่ที่เขียนบล๊อก “ฤกษ์งามยามดี” เมื่อ 7 เดือนก่อน เรื่องกังวลที่เกิดขึ้น1.เราจะทำได้ไหม2.ลูกจะสับสนไหม3.การเข้าเรียน รร.ไทย4.สำเนียงไท๊ย ไทย5.ลูกจะลืมไหม คำถามที่มีคนถามบ่อย1.ลูกพูดไทยได้ไหม2.ลูกเรียนอินเตอร์หรือเปล่า3.ลูกเรียนโรงเรียนอะไร4.พ่อเป็นคนต่างชาติหรือเปล่า หลังจากผ่านระยะทาง 6 เดือนแรกมา ที่เราและทุกคนในเวปที่เริ่มพร้อมๆกันฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมาได้ เหมือนรู้สึกว่าประสบความสำเร็จอย่างไรอย่างนั้นอะไรก็ดูเหมือนจะดีขึ้น ทั้งตัวเราเองที่เริ่มจะพูดคล่องขึ้น บ่นเก่งขึ้นและลูกที่่โต้ตอบกับเราได้มากขึ้นความชื่นใจที่เกิดขึ้น ทำให้เราเริ่มมั่นใจมากขึ้น และลืมฉุกคิดสิ่งนึง จนมาวันนึง มีสิ่งให้ฉุกคิดขึ้นมาว่าเราและลูกพูดไม่ค่อยชัด ฝรั่งอาจจะฟังไม่รู้เรื่องเพราะไม่มี final soundและนั่นเป็นอีกจุดเริ่มต้นอีกอันนึง เป็นอะไรที่้ท้าทายมากเหมือนเป็นอีกจุดมุ่งหมายนึงในการฝึกฝนภาษา ตอนนั้นได้เจอคุณบิ๊กในงานเวิร์คช๊อป และ คุณอรนัย ได้ให้กำลังใจและคำแนะนำมากมาย เจอกันทีไร มีอะไรใหม่ๆให้เล่น ให้ตื่นเต้น ให้ฝึก ให้ทำทุกทีไม่เคยสงสัยกับคำแนะนำคุณบิ๊กเลยค่ะ สิ่งใดที่ผู้ใหญ่บ้านคิดจะนำเสนอ ส่วนมากได้กลั่นกรองมาอย่างดีแล้ว ทำตามเลย ไม่ต้องสงสัย ติดใจให้มากความนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการทำ “การบ้านเด็กสองภาษา” หลังจากฝึกการออกเสียงที่ถูกต้อง ศึกษาเรื่องคลิปต่างๆที่คุณบิ๊กโพสต์ไว้ ทำการบ้านเด็กสองภาษาลองพูดให้ชัดๆ ก็ผ่านมาประมาณ 4 เดือนแล้ว […]

ฤกษ์งามยามดี

Posted by แม่น้องเนย on November 13, 2009 at 8:38am เริ่มจากที่ได้อ่านหนังสือ “เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้” และได้เริ่มต้นพูดกับลูกในวันถัดไปเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2552 ขณะนั้นเนยอายุได้ 2.6 ปี มาถึงวันนี้ก็ประมาณ 5 เดือนนิดๆก็เลยอยากจะเขียนแชร์ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นบ้างค่ะ หวังว่าข้อความที่เขียนมาจะเป็นกำลังใจและแนวทางให้กับผู้ที่เริ่มต้นไม่มากก็น้อยเพราะจากการที่เราเริ่มต้นที่นี่ ท้อ และมีกำลังใจขึ้นมาก็จากที่นี่ ก็เลยอยากแบ่งปันความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นให้กับผู้ที่เกิดความรู้สึกท้อ หรือยังสับสน(ในชีวิต)อยู่ค่ะ อิอิ ขอเตือน อาจปวดตาบ้าง ต้องขออภัย เพราะมันยาวจริงๆนะ (แค่ 5 เดือนยังขนาดนี้) ประวัติ1.จบปริญญาตรี ตอนเรียนชอบเรียนภาษาอังกฤษนะ2.แต่ฟังฝรั่งพูดไม่ค่อยออก3.พูดกับฝรั่งก็กระท่อนกระแท่น4.ไม่มีฝรั่งให้พูดด้วยมาก5.ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษอีกเลยหลังจากจบ.มหาวิทยาลัย6.ไม่ได้ทำงานที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ7.ทำงานอยู่ที่บ้านไม่ได้ไปพบปะผู้คนมากมาย เริ่มต้น1.เห็นหนังสือเล่มสีส้มๆเด่นๆนี้ จากเวปทางอินเตอร์เนทที่ซื้อประจำ สั่งเลยเคยอ่านหนังสือแนวนี้มาก็เยอะ แต่เล่มอื่นไม่ละเอียด และก็อยู่ไกลเกินที่เราจะหวังแต่หนังสือเวทมนต์เล่มนี้ ขอบอกว่าเป็นอะไรที่มีขั้นตอน ดูง่ายๆ อ่านแล้วดูเหมือนว่าเราก็น่าจะทำได้นะ….ฮึฮึ 2.อ่านเสร็จในวันเดียว และเคี่ยวเข็ญให้สามีอ่านในวันถัดมา ยังดีที่สามีไม่ได้ว่าอะไรแต่ก็ต้องเป็นเราอยู่แล้วที่จะพูดอังกฤษกับลูก เพราะสามีไม่เอาอยู่แล้ว(ตอนหลังแอบถาม เค้าบอกว่าไม่เชื่อหรอกว่าเราจะพูดกับลูกได้ตลอด เดี๋ยวก็เลิก)ฮึ่ม..ฮึ่มม 3.คืนนั้นเข้าเวป www.2pasa.com เลย สมัครสมาชิก ตอนนั้นเวปเพิ่งเปิดได้ไม่เท่าไรมั๊งเข้าไปอ่านก่อนเลย ไล่อ่านทุกกระทู้ […]

ขวากหนามทาง 2 ภาษา(ฉบับลากิจ 2)

Posted by mom_jenita on January 17, 2010 at 4:58am สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย(ยังกะ สึนามิ) หลังจากนั้น แม่เลิกทำตัวเป็นเจ๊ดันอีกต่อไป คิดว่า ให้ธรรมชาติจัดการตัวมันเอง และด้วยอะไรหลายๆอย่างก็ตามมา พอชินมากขึ้น เจ้าขาก็เริ่มพูดภาษาอังกฤษกับป้าๆละแวกบ้านมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก ด้วยเวลาไม่ค่อยตรงกัน แต่มันก็ทำให้เราพอมีทางฝึกกันต่อ เราพยายามหาช่องทางที่จะคุยกับชาวต่างชาติ เพื่อฝึกตัวเองและลูก และมีโอกาสคุยกับครูต่างชาติทาง msn ที่เคยสอนภาษาอังกฤษเรา ซึ่งตอนที่เรียนครูน่ารักมาก พยายามพูดคุย ให้ความเป็นกันเอง แต่ตอนที่เรียนกับครูนั้น ความพยายามในการจะสื่อสารภาษาอังกฤษมันยังน้อยกว่าตอนนี้มาก พอตอนนี้อยากจะคุยกับครู ครูก็ดันไปอยู่ประเทศอื่นแล้ว เสียดายจริงๆ และได้ส่งคลิปเจ้าขาไปให้ครูดู ครูจบด้านการสอนภาษาอังกฤษโดยตรง ครูชมว่าทำถูกต้องแล้ว และเราได้ปรึกษาเรื่องการออกเสียงและสำเนียงที่เรากังวลว่า ตัวเราเอง ทำให้ลูกมีปัญหา ครูก็ได้ให้ข้อแนะนำว่า ทำต่อไปเรื่อยๆ การออกเสียง และสำเนียงจะพัฒนาตามวัย และที่ดูเจ้าขา ก็ โอเค ในวัยของเค้า ทำให้เรามีกำลังใจมาฝึกต่ออีกมากมาย และที่ดียิ่งกว่านั้น เราได้เจอกับฝรั่งที่น่ารักคนนึงเดินทาง มาทำธุระที่นี่ และจะอยู่ต่อซักระยะ เค้าชอบเล่นกับเด็ก เจอเจ้าขา เค้าก็มาเล่นด้วย วันแรก […]

บ้านเราใช้ระบบอะไร OTOL,OPOL รึว่า OTOP 555…

Posted by mom_jenita on January 17, 2010 at 3:30am วันนี้ เกิดอาการอยากเขียนบล็อกขึ้นมาอย่างมากมาย(ตอนตี 2) ไม่รู้อารมณ์อาไรเหมือนกัน อันเนื่องมาจากเมากับการลงข้อมูลและการแปลผลงานวิจัยมาได้ เกือบเดือนแล้ว แม้ยังมีงานที่ต้องทำอีกมาก แต่อยากจะโยนมันทิ้งละ 555….ว่าด้วยเรื่องระบบการสอนของบ้านเราละกัน อันดับแรก เค้าบอกต้องเลือกระบบกันก่อน บ้านเราเริ่มต้นกันที่ระบบ OTOL แบบที่พูดประโยคไหนได้ก็พูดไปก่อน(ซึ่งตอนแรกน้อยมาก จนไม่สามารถคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ อิอิ) อันเนื่องมาจากความสามารถอันน้อยนิดของแม่นั่นเอง บ้านเรามีปัญหากันเรื่องเวลา ไม่ใช่เวลาในการสอนลูก เพราะเราถือว่า เวลาที่เจอลูกตอนเช้า ตอนเย็นหลังเลิกเรียน และวันเสาร์ อาทิตย์ ก็ถือว่ามากมาย มหาศาลสำหรับเรา แต่ปัญหาของเราอยู่ที่ เวลาในการพัฒนาตัวเอง(แม่)นั่นเองจากนั้น เราก็พยายามใช้เวลาตอนสติแตกจากงาน ช่วงกลางวัน (ซึ่งเป็นอยู่บ่อยๆ) เวลาที่เบื่อทำงานบ้าน เวลาช่วงดึก หลังลูกนอน เวลาใกล้เช้า ที่คนอื่นเค้านอนกันหมด แต่เรายังไม่ได้นอน เศร้าเจง เจง…. ทำไงได้ ก็ไม่ตั้งใจฝึกภาษาอังกฤษตั้งแต่ที่ยังว่าง กว่าตอนนี้ ก็ต้องมาฝึกกันตอนนี้ล่ะ …พยายามถูไถ เพิ่มเปอร์เซ็นต์ไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าบ้านเราจะรอดมั้ยเนี่ย ลูกจะพูดกับเค้าได้บ้างมั้ย เอางี้ดีกว่า […]

ใครไม่เก่งภาษาอังกฤษ และสอนลูกตอนโต เชิญทางนี้ค่ะ (ตอน สอนลูกยังไงดีน้า….)

Posted by mom_jenita on August 16, 2009 at 4:30am ถ้าคุณบิ๊กได้เข้ามาอ่าน อย่าเพิ่งดุลูกศิษย์คนนี้นะคะ มีวิธีการบางอย่างที่แหกกฎไปบ้างต้องขออภัยค่ะ และถ้าไงช่วยแนะนำหรือบอกวิธีปรับปรุงแก้ไขด้วยก็ดีค่ะ ลูกศิษย์ขอเรียนตัวต่อตัว เอางานมาเสนอค่ะ 🙂 วิธีการเหล่านี้ไม่ได้คิดเองทั้งหมดหรอกนะคะ ลอกคุณบิ๊กบ้าง คุณอ๊อบบ้าง คุณพ่อคุณแม่ในนี้บ้าง มาเป็นสูตรบ้านเราเองค่ะ • เริ่มจากคำศัพท์ อย่างที่บอกค่ะ ตอนแรกเค้าอาจจะถามว่าแปลว่าอะไร ก็ยกให้เค้าดูเลยค่ะ (ไม่แปลกค่ะ เด็กโตแล้ว เค้าก็อยากเข้าใจ คุณเองก็ยังอยากเข้าใจอะไรตั้งหลายอย่าง ลูกสงสัยดีกว่าไม่โต้ตอบอะไร)• สอน verb แบบที่คุณบิ๊กบอกค่ะ สอน verb ที่เค้าทำประจำ นั่ง นอน ยืน เดิน กระโดด เอาแบบเห็นภาพ verb พวกนี้สอนได้ทั้งแบบคิดเกมมาเล่นกัน เค้าทำอยู่ตอนนั้น และเพลงค่ะ ได้หมด ค่อยๆเพิ่มคลังคำศัพท์ค่ะ อย่าใจร้อน เอาให้แน่นอย่าสอนทีละเยอะๆ เด็กโตแล้วเค้าจะต่อต้านค่ะ • เริ่มถาม What ‘s this? […]

1 13 14 15 16